Trizit B

หน้า: (หน้าก่อน)   1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18 ...106   (ต่อไป)
โดย Trizit B - พุธ, 1 เมษายน 2009, 08:03PM
 
ตอบ: คนรักหมา ใช้สมองซีกซ้ายหรือสมองซีกขวามากกว่ากัน
โดย Pingpong \(-_-)/ - พุธ, 18 มีนาคม 2009, 09:09PM
  ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมให้ข้อมูลครับ สรุป ท่านที่เห็นภาพแรกสุดตามธรรมชาติเป็น

ตามเข็มนาฬิกา 9 ท่าน

ทวนเข็มนาฬิกา 7 ท่าน

ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกัน ถ้าจะให้เห็นความแตกต่าง คงต้องเก็บข้อมูลมากกว่านี้

แต่ ก็น่าดีใจว่า มีผู้เห็นตามเข็มมากกว่า แสดงว่า ผู้เลี้ยงบางแก้วส่วนใหญ่เป็นคนให้ความสำคัญกับอารมณ์และความรู้สึก,มี จินตนาการสูง,ลึกซึ้งต่อเรื่องต่างๆ

เฉลยตามที่เขาส่งมา คือ


คนเห็นตามเข็มแสดงว่า ใช้สมองซีกขวามากกว่าซีกซ้าย

 คนเห็นทวนเข็มแสดงว่า ใช้สมองซีกซ้ายมากกว่าซีกขวา

 

สำหรับคนที่ใช้สมองซีกซ้ายมากกว่า ... คุณมีแนวโน้มที่จะ ...

  • ตัดสินใจโดยใช้เหตุผล
  • สนใจรายละเอียด
  • อยู่บนพื้นฐานของความจริงมากกว่าการคาดการณ์
  • มีความสามารถในการเลือกใช้ศัพท์และมีความสามารถทางภาษาศาสตร์
  • สนใจในอดีตมากกว่าอนาคต
  • มีความสามารถทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์
  • มีความสามารถในการทำความเข้าใจเรื่องที่มีความซับซ้อนได้เร็ว
  • รอบรู้
  • ยอมรับผู้คนหรือเรื่องราวใหม่ๆได้ง่าย
  • มีระเบียบวินัย
  • จดจำชื่อต่างๆได้ดี
  • อยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง
  • วางกลยุทธ์ต่างๆได้ดี
  • เน้นผลในทางปฎิบัติ
  • ปลอดภัยไว้ก่อน

สำหรับคนใช้สมองซีกขวามากกว่า ... คุณมีแนวโน้มที่จะ

  • ให้ความสำคัญกับอารมณ์และความรู้สึก
  • ตัดสินใจจากภาพรวมมากกว่ารายละเอียด
  • มีจินตนาการสูง
  • มีความสามารถในทางตรรกศาสตร์
  • สนใจอนาคตมากกว่าอดีต
  • สนใจในทางปรัชญาและศาสนา
  • เข้าใจประเด็นที่คนอื่นต้องการสื่อสารได้ดี
  • ลึกซึ้งต่อเรื่องต่างๆ
  • เป็นที่นิยมชมชอบ
  • โยงประเด็นและความเกี่ยวเนื่องของเรื่องราวต่างๆได้ดี
  • ชอบฝันเฟื่อง
  • ประเมินผลกระทบสำหรับทางเลือกต่างๆได้อย่างรวดเร็ว
  • คึกคะนอง ... หรือในบางกรณีมุทะลุ
  • เสี่ยงเป็นเสี่ยงกัน


สำหรับคนที่เห็นซ้ายบ้างขวาบ้างโดยไม่ไปบังคับสมองให้เพ่งเป็นพิเศษ  แสดงว่า สมองคุณทำงานได้อย่างสมดุลย์ทั้งซ้ายและขวา

สำหรับ คนที่เห็นเพียงอย่างเดียว  ให้ลองเอากระดาษบังส่วนบนไว้  ดูเฉพาะที่เท้าอย่างเดียว   คุณอาจจะสามารถเห็นว่ามันหมุนได้ทั้ง 2 ทาง   ถ้าสมองคุณไม่โดนภาพใหญ่ครอบงำมากเกินไป  มารร้าย  อันนี้ น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับนำไปใช้มองเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นกับตัวเรา หรือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม  อย่าให้สมองโดนภาพใหญ่ครอบงำมากเกินไปจนมองไม่เห็นความจริงอีกด้านหนึ่ง

( 2 วรรคข้างล่างนี้  ปิงปองคิดต่อยอดเองนะ  ถ้ามีผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยามาอ่าน   ก็ช่วยชี้แนะด้วยครับ)
http://www.bangkaew.com/elearning2/mod/forum/discuss.php?d=5046

โดย Trizit B - พุธ, 1 เมษายน 2009, 10:00AM
 
แต่ระบบรอรับกระเป๋าก็ยังเหมือนเดิม   ไม่มีการปรับปรุง

ต้องยืนรอกันขาเมื่อยอยู่นานเพื่อลุ้นว่ากระเป๋าจะออกมาเมื่อไหร่

ครั้นจะไปนั่งรอ    ก็โดนคนแถวหน้าบังหมด  ไม่รู้ว่ากระเป๋าวนไปแล้วกี่รอบ ตายดีกว่า

ใครมีไอเดียดีๆ  ลองเสนอดูนะ   อย่าลืมไปจดสิทธิบัตรไว้ด้วย  เผื่อรวย



โดย Trizit B - พุธ, 1 เมษายน 2009, 09:53AM
 
วันก่อนไปเวียตนามมา   สังเกตุเห็นด่านตรวจพาสปอร์ตมีการปรับปรุงได้ดี

ลดความแออัดของผู้คนหน้าเคาน์เตอร์โดยใช้หลักการแบ่งแยกเชิงพื้นที่  จากเดิมแถวเดียวเป็น 2 แถว และใช้หลักการ อสมมาตร ทำทางเดินแบบไม่จำเป็นต้องสมมาตรเป็นแนวเดียวกันตลอด   ซึ่งไอเดียนี้  ก็ถูกนำมาใช้ในการแก้ปัญหาความคับคั่งของรถหน้าด่านเก็บเงินบนทางด่วน



โดย Trizit B - อังคาร, 17 มีนาคม 2009, 09:31AM
  TRIZ เป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์ความคิด  พิชิตปัญหา
ไม่เฉพาะปัญหาทางด้านเทคนิคหรือวิศวกรรมอย่างเดียว
ยังสามารถใช้กับปัญหาด้านการจัดการได้ด้วย

อย่างปัญหาของคุณ คือ 
ปัญหาเกี่ยวกับการออกแบบหลักสูตรการฝึกอบรมตาม competency
น่าจะเป็นปัญหาทางด้านการจัดการมากกว่าปัญหาทางด้านเทคนิคหรือวิศวกรรม

กระบวนการของ TRIZ เริ่มต้นจาก การค้นหาสภาพปัญหาแล้วตั้งโจทย์ให้ชัดเจน เช่น
ทำไม
การออกแบบหลักสูตรการฝึกอบรมถึงเป็นปัญหา  ต้องการจะปรับปรุงฟังก์ชันที่ก่อประโยชน์อันใด  ต้องการกำจัดฟังก์ชันที่ก่อโทษอันใด  หรือ ต้องการขจัดความขัดแย้งอะไร  ต้องระบุให้ชัดเจน

จากนั้นใช้ตัวช่วยหรือหลักการเชิงประดิษฐ์คิดค้นมาสร้างสรรค์ไอเดียเพื่อแก้ปัญหาให้ถูกจุด
แนวทางการแก้ปัญหาที่ได้อาจจะไม่ใช่อยู่ที่
การจัดฝึกอบรมเรื่อง TRIZ อย่างเดียวก็ได้  เช่น เรื่อง อาจอยู่ที่เรื่อง นโยบาย  วัฒนธรรมองค์กร หรือ การบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพก็ได้  ซึ่งจะต้องทำปัญหาให้ชัดเจน  จึงจะแก้ได้ตรงจุด

เรื่องการแบ่งระดับของโปรแกรมการฝึกอบรมโดยใช้ TRIZ ที่ถามมานั้น  อาจใช้ตัวช่วยหรือหลักการข้อที่ว่าด้วย การแบ่งเป็นส่วนๆ(Segmentation) หรือ ลักษณะเฉพาะส่วน(Local Quality)  คือ แบ่งหลักสูตรออกเป็นส่วนๆทะยอยจัดตามลักษณะของปัญหา  หรือ จัดหลักสูตรเฉพาะให้เเหมาะสมกับกลุ่มผู้ฟังที่มีความต้องการและเงื่อนไขไม่เหมือนกัน เช่น ผู้บริหาร  ฝ่ายเทคนิค หรือ ฝ่ายการตลาด เป็นต้น

สรุป คือ คุณควรประยุกต์ใช้ TRIZ ในการแก้โจทย์ของคุณให้เป็นระบบอย่างถูกต้องและเข้าใจ

ส่วนการทำ Pre-test และ Post-test นั้น อาจทำเป็นแบบสอบถามชุดเดียวกันหรือต่างกันก็ได้ 
แต่วิธีการที่ดีที่จะสุด น่าจะเป็นการดูจากพฤติกรรมการตั้งโจทย์และการค้นหาคำตอบก่อนและหลังการอบรมว่า มีความเข้าใจในการตั้งโจทย์และการค้นหาคำตอบอย่างเป็นระบบตามแนวทางของ TRIZ มากน้อยเพียงใด

ลองตั้งโจทย์และค้นหาคำตอบอย่างเป็นระบบตามแนวทางของ TRIZ มาดูใหม่นะครับ  Post-test !

โดย Trizit B - พฤหัสบดี, 12 มีนาคม 2009, 08:44PM
 
การแก้ปัญหาโดยใช้แนวทางระดมทรัพยากร (Mobilize Resources)

Guided Brainstorming Toolkit ได้เตรียมตัวอย่างการใช้งานของตัวช่วยหรือหลักการเชิงประดิษฐ์คิดค้นมากกว่า 200 ตัวอย่างที่ครอบคุมทั้ง 60 หลักการ
การระดมทรัพยากร เป็น แนวทางที่สามารถนำมาใช้แก้ปัญหาได้สำหรับโจทย์ทุกประเภท
ตัวอย่างแรกนี้ เป็นโจทย์ประเภทการกำจัดฟังก์ชันที่ก่อให้เกิดอันตราย

ในGuided Brainstorming Toolkit ได้เตรียมตัวอย่างไว้ เช่น เราต้องการค้นหาทรัพยากรที่เป็นพลังงานมาใช้ในการแกัปัญหาน้ำแข็งเกาะ
(เฉลย ในน้ำทะเลมีความร้อนที่สามารถนำมาละลายน้ำแข็งได้อย่างเหลือเฟือ)



หน้า: (หน้าก่อน)   1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18 ...106   (ต่อไป)