Trizit B

หน้า: (หน้าก่อน)   1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18 ...106   (ต่อไป)
โดย Trizit B - อังคาร, 17 กุมภาพันธ์ 2009, 04:39PM
 
 แบบแผน(Pattern)ของวิวัฒนาการของระบบเทคโนโลยีที่อัลต์ชูลเลอร์ค้นพบมี 8 รูปแบบที่สำคัญ เช่น วิวัฒนาการจะมีทิศทางมุ่งสู่การเพิ่มขึ้นของความเป็นอุดมคติ  วิวัฒนาการจะดำเนินไปสู่ทิศทางที่ความซับซ้อนมีสูงขึ้นในตอนต้น  หลังจากนั้นจะถูกปรับปรุงให้เรียบง่ายขึ้น และ วิวัฒนาการจะดำเนินไปไปสู่ทิศทางที่คนเข้าไปมีบทบาทเกี่ยวข้องน้อยลง เป็นต้น
    เครื่องมือในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เพื่อการแก้ปัญหาที่อัลต์ชูลเลอร์ได้ศึกษาค้นคว้าจากสิทธิบัตรต่างๆมากมาย ก็มีลักษณะเป็นไปตามวิวัฒนาการของระบบเทคโนโลยีเหมือนกัน กล่าวคือ เครื่องมือของ TRIZ เริ่มต้นจากปัญหาที่มีรูปแบบชัดเจน มีความขัดแย้งในระบบ เกิดเป็นเครื่องมือที่เรียกว่า ความขัดแย้งเชิงเทคนิคและความขัดแย้งเชิงกายภาพซึ่งสามารถค้นหาแนวทางในการแก้ปัญหาได้จากฐานความรู้เรื่อง 40 หลักการเชิงประดิษฐ์คิดค้น และหลักการของการแบ่งแยก  ต่อมา อัลต์ชูลเลอร์พบว่า เครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทั้ง 2 อย่างนั้นยังไม่เพียงพอ เพราะปัญหาบางอย่างไม่ใช่ปัญหาความขัดแย้ง  แต่เป็นปัญหาของความด้อยประสิทธิภาพของฟังก์ชันการทำงานที่ต้องการปรับปรุงให้ดีขึ้นหรือปัญหาผลกระทบที่เป็นอันตรายที่ต้องการขจัดออกไป  อัลต์ชูลเลอร์จึงได้พัฒนาเครื่องมือในการวิเคราะห์ระบบที่เรียกว่า Substance-Field Analysis เพื่อสร้างแบบจำลองของระบบที่มีปัญหาขึ้นมา แล้วค้นหาแนวทางในการแก้ปัญหาได้จากฐานความรู้เรื่อง 76 คำตอบมาตรฐานที่เขารวบรวมขึ้นมา  นอกจากนั้น อัลต์ชูลเลอร์ยังได้พัฒนาเครื่องมือและแนวคิดอื่นๆที่จะช่วยให้การแก้ปัญหาง่ายขึ้น เช่น Effects, Resources, SLP(Smart Little People) รวมทั้งเครื่องมือที่รวมเอาเครื่องมือทุกตัวเข้าไว้ด้วยกันเพื่อแก้ปัญหาที่มีความสลับซับซ้อนที่เรียกว่า ARIZ(Algorithm for Inventive Problem Solving) ดังรูปข้างล่าง
 
   
เครื่องมือและฐานความรู้แต่ละอย่างถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาที่มีลักษณะต่างๆกัน เมื่อถูกรวบรวมขึ้นมาเพื่อพยายามที่จะนำมาใช้ในการแก้ปัญหาทั่วไปที่ไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน   ก็ทำให้กลายเป็นระบบเครื่องมือที่ซับซ้อน ยุ่งยาก  ไม่สะดวกต่อการนำไปใช้งาน  แม้ว่าจะได้มีการปรับปรุงกระบวนการการแก้ปัญหาที่เรียกว่า ARIZ นี้ไปหลายเวอร์ชันก็ตาม
เครื่องมือต่างๆที่อัลต์ชูลเลอร์สร้างขึ้นนี้ เรียกว่า Classical TRIZ (TRIZ ดั้งเดิม) ภายหลังจากที่อัลต์ชูลเลอร์ยุติบทบาทด้วยความชราภาพและเสียชีวิตในเวลาต่อมาในปี 1998   ลูกศิษย์ลูกหาหลายๆคนรวมทั้งนักวิชาการตะวันตกบางคนได้ช่วยกันพัฒนา TRIZ ต่อไปให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นซึ่งเราเรียก TRIZ ยุคใหม่นี้ว่า Contemporary TRIZ ซึ่งมีอยู่หลายๆสำนักด้วยกัน บางสำนักก็ปรับปรุงให้เรียบง่ายเกินไปจนเหลือหลักการอยู่เพียงไม่กี่ข้อ  ทำให้ขาดเนื้อหาสาระไป เช่น SIT (Systematic Inventive Thinking)  บางสำนักก็ไปปรุงแต่งอัลกอริทึมของตนเองขึ้นมาใหม่ซึ่งก็ไม่ได้ลดความยุ่งยากลงแต่ประการใด เช่น USIT (Unified Structured Inventive Thinking)

โจทย์  เราจะใช้แบบแผน(Pattern)ของวิวัฒนาการของระบบเทคโนโลยีข้อใดมาใช้ในการวางแผนและพัฒนา TRIZ ยุคใหม่ให้สอดคล้องกับวิวัฒนาการได้บ้าง  คำตอบอาจมีได้หลายแนวทาง  ลองคิดโดยใช้แบบแผน(Pattern)ต่างๆดูนะครับ   และ ขอเชิญร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นได้ที่   http://www.trizthailand.com/elearning/ 

เฉลย...
 


โดย Trizit B - อังคาร, 17 กุมภาพันธ์ 2009, 04:36PM
      อัลต์ชูลเลอร์ผู้ให้กำเนิด TRIZ ได้เริ่มการค้นคว้าเรื่อง TRIZ ตั้งแต่ปี 1946โดยมีสมมติฐานพื้นฐาน 2 อย่าง หนึ่งในนั้นคือ วิวัฒนาการของระบบเทคโนโลยี( ผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการผลิต) จะดำเนินไปอย่างมีแบบแผนที่แน่ชัด 
อัลต์ชูลเลอร์มีความคิดว่าผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการผลิตต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคมถูกนำมาใช้เพื่อทำให้ความเป็นอยู่ของมนุษย์มีสะดวกสบายขึ้น ดังนั้น ระบบเทคโนโลยีต่างๆจึงไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร้ทิศทางหรือเลื่อนลอย   การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นไปตามแบบแผนที่แน่นอนอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น  เรียกได้ว่าเป็นวิวัฒนาการ   ในการวางแผนการสร้างผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีใหม่ๆขึ้นมา     ถ้าทราบหลักการหรือแบบแผนนั้น   ก็จะทำให้สามารถลดเวลา  ลดแรงงาน และลดต้นทุนที่จะเสียไปกับการลองผิดลองถูกได้อย่างมาก  ทำให้สามารถกำหนดทิศทางการปรับปรุงพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ


โดย Trizit B - อังคาร, 20 มกราคม 2009, 05:57AM
  แม้ว่าปีใหม่จะล่วงเลยไปกว่าครึ่งเดือนแล้ว   คงไม่สายเกินไปที่จะกล่าวคำว่า สวัสดีปีใหม่ กับทุกท่าน และ นำสาระน่ารู้ที่เป็นประโยชน์มาฝากกัน

วัน เสาร์ที่ผ่านมา ได้ไปร่วมงานปีใหม่ของ Toastmasters Saturday Club ได้ฟังสุนทรพจน์ที่น่าประทับใจในหัวข้อ “New Day, New Way, New Life’’  ซึ่งได้ให้ข้อคิดที่ดีว่า   ทุกๆวันเป็นวันปีใหม่สำหรับเรา  เป็นวันที่เราจะเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ  ใช้ชีวิตใหม่ๆด้วยความสดชื่น  ขอให้กล่าวคำว่า Happy New Day กับตนเองทุกวัน (สนใจ ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.trizit.net/saturdayclub/)

ปี ใหม่นี้  ได้จัดทำเว็บไซต์ของตนเองขึ้นมาใหม่ในชื่อของ TRIZ Institute Thailand เพื่อเผยแพร่ TRIZ ยุคใหม่ในชื่อของ Guided Brainstorming Toolkit ซึ่งจะช่วยให้การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีแนวทางที่ชัดเจนมากขึ้น  สามารถเข้าไปดูตัวอย่างได้ ที่นี่ 

สำหรับเว็บไซต์ ชุมชนผู้สนใจทริซประเทศไทย ก็ยังใช้เป็นที่แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมระหว่างผู้สนใจ TRIZ ด้วยกัน  ซึ่งมีสมาชิกเพิ่มขึ้นกว่า 2500 คนในช่วงที่ผ่านมา มีกระทู้ที่น่าสนใจรอให้ทุกท่านไปเยี่ยมชม

แต่ที่เป็นความภูมิใจลึกๆ คือ เว็บ ชุมชนคนรักบางแก้ว ที่ ได้สร้างสรรค์ขึ้นจากความบังเอิญที่นำสุนัขบางแก้วมาเลี้ยงที่บ้าน ที่ได้มีส่วนช่วยให้สุนัขบางแก้วเป็นที่รู้จักรักใคร่และเข้าใจจากผู้คนมาก ขึ้น มีผู้ให้ความสนใจสมัครเป็นสมาชิกกว่า 4000 คน   และได้รับการจัดอันดับเป็นเว็บยอดนิยมด้านสัตว์เลี้ยงอันดับที่ 3  มีผู้ให้ความสนใจเข้ามาเยี่ยมชมวันละมากกว่า 1000 คน  ถ้าคิดจะเลี้ยงสุนัขเป็นเพื่อนสักตัว  อย่าลืมศึกษาให้ดีก่อนที่ http://www.bangkaew.com

ปีใหม่นี้  ขอให้ทุกท่านจง Happy New Day, New Way, New Life
หากมีข้อชี้แนะประการใด  ติดต่อได้ที่ ไตรสิทธิ์   085-955-3031

โดย Trizit B - จันทร์, 29 ธันวาคม 2008, 03:24PM
 
เจอรถต้นแบบ   เอามาให้ดูกัน

จาก http://61.19.54.137/equipment/jop/index1005.htm

ต้นแบบอุปกรณ์เก็บตะปูเรือใบ



โดย Trizit B - อาทิตย์, 21 ธันวาคม 2008, 11:05AM
  ลองดูวิวัฒนาการของเทคโนโลยีมือตบกันดูได้ที่  http://th.wikipedia.org/wiki/มือตบ


มือตบ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

มือตบ

มือตบ เป็นอุปกรณ์เชียร์กีฬาที่ทำด้วยพลาสติกสี สดใส รูปร่างเลียนแบบมือของมนุษย์ 3 ชั้นยึดติดกัน มีด้ามจับ เมื่อเขย่าจะมีเสียงดังจากชิ้นพลาสติกที่กระทบกัน คล้ายเสียงปรบมือ ใช้ตบทำเสียงแทนการตบมือ

มือตบผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศจีน ผลิตออกมาเพื่อสำหรับเด็กเล่น จนกระทั่ง ค.ศ. 1963 สหรัฐอเมริกาได้นำมือตบนี้ไปใช้ในการเชียร์กีฬาแต่ก็ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย เมื่อถึงปี ค.ศ. 1984 สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคครั้งที่ 23 กองทัพนักกีฬาและกองเชียร์ของประเทศจีนได้ใช้เมื่อตบในการเชียร์ ทำให้คนอเมริกาเริ่มหันมาสนใจมือตบและนำไปใช้อย่างกว้างขวาง โดยเป็นที่นิยมใช้ในการเชียร์บาสเก็ตบอล เอ็นบีเอ[1] ในทวีปเอเชีย เริ่มใช้ในประเทศจีนในการเชียร์มหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2008 ที่ปักกิ่ง

สำหรับในประเทศไทย มือตบเป็นที่รู้จักและนิยมอย่างมากในการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในปี พ.ศ. 2551[2] เริ่มเป็นที่นิยมเมื่อ อัญชลี ไพรีรัก และกมลพร วรกุล นำมาใช้ขณะจัดรายการเล่าข่าว ออกอากาศทาง ASTV และเมื่อพลตรีจำลอง ศรีเมือง นำขึ้นมาใช้บนเวที เพื่อตอบโต้นายสมัคร สุนทรเวช ที่กล่าวหาว่า มี "มือที่มองไม่เห็น" อยู่เบื้องหลังการชุมนุมของพันธมิตรฯ[3]

ผู้เข้าร่วมชุมนุมนอกจากจะซื้อใช้ในการเชียร์การปราศรัยบนเวทีแล้ว ยังซื้อกลับมาฝากคนที่รู้จักหรือลูกหลาน หรือใช้ในงานเลี้ยง [4] ถึงขนาดมือตบขาดแคลน[5] และมีการทำเสื้อยืดลาย นักรบมือตบ ออกมาจำหน่าย มีผู้เปรียบเทียบว่าเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้แบบอารยะขัดขืน ของผู้ชุมนุม[6]

นอกจากนี้แล้ว มือตบยังเป็นอุปกรณ์ใช้ในการขับไล่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เมื่อไปตามสถานที่ต่าง ๆ อีกด้วย

[แก้] ตีนตบ

ปัจจุบันได้มีการสร้าง ตีนตบ หรือเท้าตบขึ้นมาใช้ โดยกลุ่มต่อต้านพันธมิตร เพื่อเป็นการแก้ทางมือตบ[7] โดยแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อล้อเลียนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย [8]



หน้า: (หน้าก่อน)   1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18 ...106   (ต่อไป)